“6 วิธีอ่าน หนังสือภาษาอังกฤษ ได้แบบเท่ ๆ ”
วันนี้ ครูเฟิร์ส จะนำเอาเทคนิคจากประสบการณ์จริงในการฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษดูเหมือนเด็กจบนอกแบบเท่ๆ มาแนะนำครับ

ครูเฟิร์สชอบอ่านหนังสือมาแต่เด็ก ตอนเด็กๆ คุณแม่จะพาไปร้านหนังสือประจำ ทำให้ชอบอ่านหนังสือเป็นนิสัย พอโดขึ้นก็ซื้อมาอ่านเอง บ้างก็เป็นหนังสือแปลมาจากภาษาอังกฤษบ้าง พออ่านได้สักพัก เราก็อยากจะฝึกอ่านเป็นภาษาอังกฤษเลยจะได้อ่านได้เร็วๆ ไม่ต้องรอคนอื่นแปลและจะได้เข้าถึงผู้แต่งได้โดยตรง

ครูเฟิร์สเลยตัดสินใจมาฝึกอ่านเป็นภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องเป็นราวสักเลย วันนี้ครูเฟิร์สเลยมานึกย้อนดูว่าทำไมเราถึงสามารถอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องพอประมาณ ทั้งๆที่ตอนเด็กๆ เราก็ไม่ได้เก่งอังกฤษ มาฝึกอ่านจริงๆ ตอนลูกครูเฟิร์สเรียนอนุบาล ย้ำ อนุบาล 😆😆😆

ครูเฟิร์สขอสรุปวิธีการเป็นข้อๆดังนี้นะครับ

1. ต้องมีจุดมุ่งหมายว่า เราต้องบอกตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องอ่านได้ เพราะถ้าไม่มีจุดมุ่งหมาย เราก็ไม่มีความพยายาม อาจจะเป็นอยากได้ความรู้เพิ่มเติม อยากเท่ เพราะเวลาเราถือหนังสือเป็นภาษาอังกฤษแล้วมาคุยกับเพื่อนแล้วเท่ อยากๆๆๆ… ส่วนของครูเฟิร์ส นอกจากอยากอ่านหนังสือได้เยอะๆแล้ว ยังมีความอยากเท่ ด้วยเหมือนกัน อิ อิ

2. ถามตัวเองว่า ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับอะไร เพราะจะได้อ่านให้ตรงกับความต้องการของเรา เพราะถ้าอ่านที่ไม่อยากอ่าน เราก็จะเบื่อ พาลไม่อยากอ่านไป

3. ต้องรู้ศัพท์เยอะๆๆๆ เพราะถ้าไม่เข้าใจความหมาย เราก็แปลไม่ออก ใช่ไหมครับ แล้วจะทำอย่างไร หนังสือที่อ่านก็ไม่มีศัพท์แปลให้เลย เทคนิคครูเฟิร์ส ครูเฟิร์สเริ่มจากซื้อหนังสือนิยายของซีเอ็ดที่มีคำแปลข้างๆ และจะแบ่งเป็น ระดับความยาก ง่าย ให้ (อันนี้ครูเฟิร์สไม่ได้ค่าโฆษณา แต่ถ้าซีเอ็ดติดต่อมายินดีเสมอครับ อิ อิ ) โดยให้เราไปเลือก ระดับที่เรารู้สึกว่าอ่านแล้วไม่ยาก ไม่ง่ายเกินไปนะครับ ไม่จำเป็นต้อง ระดับง่ายที่สุด บางคนคิดว่าก็เราไม่เก่งอะ เริ่มจากง่ายๆ ไปเลย ครูเฟิร์สว่าไม่จำเป็นครับ เพราะจะทำให้เราไม่สนุกครับ เลือกอันที่ท้าทายความสามารถเราหน่อยๆ ก็ดี แต่ต้องไม่ยากเกินไปนะครับ หนังสือแต่ละระดับจะมีหลายแนว ส่วนใหญ่เป็นนิยายครับ แต่ศัพท์ที่อ่านเจอบ่อยๆ จะทำให้เราสะสมศัพท์ได้เยอะขึ้น พอเริ่มชินกับศัพท์ระดับที่เราซื้อมาอ่านแล้ว ก็ปรับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ของครูเฟิร์สอ่านจนถึง ระดับยากสุดครับ แต่ไม่จำเป็นต้องอ่านครบทุกเล่มในแต่ระดับนะครับ เอาเพียงว่า ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าเริ่มคล่อง ก็ปรับระดับความยากเลยครับ

4. ลุยเลย !!! พอเราทำข้อ 3 ได้คล่องพอสมควร ตามระดับที่เราคาดหวังไว้ เราก็ลุยเลย ซื้อหนังสือที่มีแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ ที่เราอยากอ่านมาอ่าน ชอบนิยาย ก็ซื้อนิยาย ชอบแนวพัฒนาตนเอง ก็ซื้อแนวพัฒนาตนเอง ชอบวิทยาศาสตร์ก็ซื้อหนังสือวิทยาศาสตร์ สิ่งสำคัญ อย่าลืมใช้เทคโนโลยีช่วยด้วยครับ ศัพท์ไหนถ้าเราไม่คุ้น เราก็ใช้ app แปลภาษา มาช่วยแปลคำที่เรายังไม่รู้จัก ทำให้เราอ่านได้ง่ายขึ้นด้วย

5. ทบทวนศัพท์ เมื่อก่อน ครูเฟิร์สมักจะลืมศัพท์ที่พึ่งเปิดเจอเป็นประจำครับ บางครั้งเปิดซ้ำกัน มากกว่า 10 ครั้งกว่าจะจำได้ และแสดงว่าคำนี้ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษด้วย ไม่งั้น เราคงไม่ต้องเปิดหาหลายครั้ง … วิธีการทบทวนของครูเฟิร์สคือ เปิดประวัติการค้นหาใน app ที่เราใช้หาความหมาย และใช้เวลาว่างๆ ท่องทบทวนครับ

6. ฝึกอ่านอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายว่า เดือนหนึ่งเราจะอ่านสักกี่เล่มดี อาจจะเดือนละเล่ม หรือ สองเดือนเล่มก็ๆได้นะ อิ อิ นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังเป็นการทบทวน ภาษาอังกฤษของเราไปในตัว

จากที่สรุปมาทั้งหมด เป็นวิธีการที่ครูเฟิร์ส สรุปจากประสบการณ์จริงๆ ที่ใช้ในการฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้คล่องพอสมควร บางคนอาจจะมีวิธีการแตกต่างหรือดีกว่าครูเฟิร์สก็ได้ครับ ลองนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ครับ

อ่านถึงตรงนี้แล้ว ก็ซื้อหนังสือมาฝึกอ่านกันเลยครับ หลังๆ ครูเฟิร์สมักจะซื้ออ่านทาง kindle ของ amazon.com แต่ถ้าใครไม่สะดวก ก็ซื้อจากร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งผ่าน online ให้มาส่งที่บ้านได้ครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านหนังสือกันนะครับ 😊😊😊

คอมเมนต์