วันนี้น้องๆ หลายคนคงกำลังเตรียมตัวเพื่อจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตามคณะที่ตัวเองต้องการ  วันนี้ ครูเฟิร์ส มีเทคนิคการสอบเข้ามหาวิทยาลัย  แบบชิวๆ ที่ครูเฟิร์ส เคยทำมาแนะนำ   มาดูกันว่าทำแบบไหน

1. อ่านเนื้อหาพร้อมฝึกทำโจทย์   ให้ครบทุกเรื่องที่เราต้องใช้สอบเข้า

คือ เราจะได้ทบทวนทุกเรื่องที่เราต้องใช้เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย  เวลาอ่านจบแล้วให้ฝึกทำโจทย์ในแต่ละเรื่องทันที  ทำเยอะๆ   บทหนึ่งไม่ต่ำกว่า 50 ข้อ ที่เป็นข้อยากๆ ด้วยนะ  เน้น!!!!   ตอนครูเฟิร์สเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครูเฟิร์สจำได้ว่า ทำ เลข เช่น เรื่อง เซต  ไม่ต่ำกว่า 50-100     ข้อ เรื่อง ตรีโกรณมิติ ก็ 50-100 ข้อเป็นต้น   ฟิสิกส์  เคมี   และทุกวิชา ก็ให้ทำเหมือนๆกันนะครับ

2. วางแผนในการอ่าน  

“ ถ้าเราวางแผนมากเท่าไหร่ เราก็จะเหนื่อยน้อยลง”  เราต้องลองดูว่าตอนนี้เรามีเวลาเตรียมตัวมากน้อยขนาดไหน  สำหรับน้องๆ ที่จะสอบ        O-net  หรือ  GAT / PAT  ครั้งที่ 2    คงไม่มีปัญหาอะไร  เพราะสอบประมาณต้นเดือน ก.พ. ปีหน้า  (ก.พ. 60)   แต่สำหรับน้องๆ ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย  GAT / PAT  ครั้งที่ 1  จะสอบช่วง วันที่ 29  ต.ค. 59 – 1 พ.ย. 59   ก็คงใกล้แล้วละ  เตรียมตัวกันยังละครับ  ครูเฟิร์สแบ่งคำแนะนำเป็นสองส่วนเลยก็แล้วกัน  คือ คนจะสอบในระยะอันใกล้ (วันที่ 29  ต.ค.  59 – 1 พ.ย.  59) และ คนที่จะสอบระยะอันไกล ( เดือน ก.พ. 59)   เรามาดูกันเลยนะครับ

  • น้องๆ  ที่จะสอบในระยะใกล้นี้  คำแนะนำอย่างเดียวคือ  ทำโจทย์อย่างเดียวครับ  ฝึกทำโจทย์ในบทที่เคยรู้เรื่องเพื่อเป็นการทวนความรู้ครับ  แล้วพอทบทวนหมดแล้ว  ก็ลองดูว่าบทไหนที่เราพอจะศึกษาเพิ่มเติมได้ทันครับ  ถ้าไม่ทัน  คือไม่ทันแล้ว (อย่าไปคิดมาก…คิดไปก็ทำอะไรไม่ได้)   ก็ให้ฝึกทำโจทย์ที่เราเคยทำได้เยอะ ๆ ไม่ให้พลาดครับ  เพื่อจะได้คะแนนในส่วนนี้เต็มๆ
  • สำหรับน้องๆ ที่จะสอบในระยะอันไกล (กพ.59)  ถ้าน้องๆ  ที่ขยันเรียนอยู่แล้ว คงไม่น่ามีปัญหาอะไร  เน้นทำโจทย์เยอะๆ ครับ ทำทุกบทที่เคยเรียน  น้องๆ ที่อาจจะไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาให้อ่านเนื้อหาทบทวน  และฝึกทำโจทย์เยอะๆ  เทคนิคคนเก่งหลายคนสรุปได้ว่า อ่านเนื้อหามากไปเสียเวลาให้ผึกทำโจทย์เลยวัดความเข้าใจ ตรงไหนไม่ได้ค่อยดูซ้ำ  ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจให้ถือไปถามครู เพื่อน หรือใครก็ได้ที่คิดว่าเค้ารู้ครับ  อย่าไปอายว่า  ตอนครูเฟิร์สอ่านหนังสือ  ครูยังเคยถือเข้าไปถามครูที่โรงเรียนแถวบ้าน ซึ่งครูเฟิร์สไม่เคยรู้จักครูคนนั้นเลย  เข้าไปยกมือไหว้บอกครูครับช่วยสอนเรื่องนี้ให้ผมหน่อย ผมไม่เข้าใจ  ครูเค้าก็สอนเราจนเราเข้าใจ   อยากได้ความรู้อย่าอายครับ …    แต่ถ้าน้องๆไม่รู้จะถามใคร  ถามครูเฟิร์สก็ได้  page  เรียนเก่งแบบชิวๆ by ครูเฟิร์ส   ถ้าครูเฟิร์สไม่รู้ เด๋วไปถามผู้รู้ให้อีกที หุ…หุ…หุ

3. ฝึกทำโจทย์ปีก่อนๆ

ข้อนี้เน้นมากๆครับ  ครูเฟิร์สทำมาก่อน คือให้ฝึกทำโจทย์ ย้อนหลัง  ให้ได้สัก 5 ปีอย่างน้อง 10 ปีเลยยิ่งดีครับ  เพราะข้อสอบมักเอาแนวแบบเดิม ๆ  มาออกอีกครับ  ของปีนี้  อาจจะเอาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วมาออกครับ  วิธีนี้จะพอทำให้น้องมองออกว่าข้อสอบจะออกแนวไหน   เวลาทำให้น้องๆ  จับเวลาเหมือนกับที่สอบจริงเลย เช่นถ้าวิชา PAT 1  ให้เวลา 2 ชม.ครึ่ง  เราก็ไปหามุมสงบ ๆ  ในบ้าน หรือที่ไหนก็ได้ไม่มีคนรบกวน  บอกที่บ้าน เพื่อนๆ  ว่าขอเวลาฝึกทำโจทย์  แล้วก็จับเวลาทำ  โดยทำให้ครบทุกวิชาที่เราจะสอบเพื่อเอาคะแนนทั้งหมดมาพิจารณาตามข้อต่อไป…..

4. วิเคราะห์คะแนนดูว่าติดอะไร

นำคะแนนที่ได้ทุกวิชามารวมกัน  และนำไปคิดว่าเราได้คะแนนเท่าไหร  แล้วนำไปเปรียบเทียบกับคะแนนคณะที่เราอยากเข้า  ซึ่งบางทีเราอาจจะดูว่าน้อย แต่จริงๆ  แล้วคณะที่เราอยากสอบ อาจไม่ต้องการคะแนนมากอย่างที่เราคิดก็ได้  ลองเข้าไปดูใน http://admission.cuas.or.th/adm59mxmn/   เวลารวมคะแนน อย่างลืมว่าเราใช้ข้อสอบของปีไหนนะครับ  แล้วตรวจให้ตรงปีด้วยนะ   สมมุติ ถ้าเราตรวจ ปี 59 แล้วเราอยากได้คณะนิติฯ   ม.ธรรมศาสตร์  ต่ำสุดเราต้องได้   19453.0000    พอปี 58  คะแนนเหลือเพียง 19186.2500   ถ้าเราทำข้อสอบ ปี 58  เราได้คะแนน 19308.000  แต่ปรากฏว่า เรานำไปเทียบกับปีคะแนนปี 59  เราไม่ติด ทั้งๆ  ที่ปี 58 เราติด  เราก็จะเสียกำลังใจโดยใช้เหตุ  ทั้งๆ ที่เราสอบติดแล้วตามคะแนนในปีนั้น  ดังนั้นอย่าลืมดูดีๆ นะจ๊ะ…      

5.เราไม่จำเป็นต้องได้คะแนนสูงที่สุดเราก็ติดได้

ถ้าน้องๆ ลองดูคะแนนคณะที่เราต้องการสอบเข้าอาจจะไม่จำเป็นต้องได้คะแนนเยอะตามที่เราคิดก็ได้   แต่ครูเฟิร์สเน้นว่าเราควรให้ได้คะแนนอย่างน้อยอยู่กลางๆ ระหว่างคะแนนต่ำสุดและสูงสุดในแต่ละปี เพื่อเราจะได้มั่นใจว่าเราติดแน่ๆ  เช่น   คะแนนปี 59 คณะนิติฯ  ม.ธรรมศาสตร์ คะแนน อยู่ระหว่าง  19453.0000  –  21971.0000   เราก็ควรอยู่ประมาณ 20000.0000  ขึ้น เพื่อความมั่นใจว่าเราติดแน่ๆ   

6. ทำข้อสอบซ้ำๆ หลายๆปี

ทำข้อสอบย้อนหลังไปเรื่อยๆ ทุกปี เพื่อความมั่นใจของเรา  จำไว้ยิ่งทำเยอะยิ่งดี ยิ่งมีเปอร์เซนต์สอบติดมหาวิทยาลัยสูงขึ้น   การทำข้อสอบปีแรกๆ  เราอาจจะได้คะแนนไม่เยอะ  อาจจะไม่ติดตามคณะที่เราตั้งใจ  ก็ไม่เป็นไรเพราะแรกๆ  ก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ(ครูเฟิร์สก็เป็น)   พอเรามาตรวจคะแนนเสร็จ  เราก็ย้อนกลับไปที่ข้อสอบว่าเรื่องไหนเราพลาด  เราก็ไปทบทวนเรื่องนั้นเพิ่ม ทำข้อสอบในเรื่องนั้นๆ อีก 50 ข้ออย่างน้อย  ข้อที่เราเคยทำไปแล้ว ก็ทำซ้ำได้นะครับ ยิ่งเป็นข้อที่เราต้องดูเฉลย  เพราะทำไม่ได้ยิ่งดี  เพื่อเป็นการทวนว่าเราทำได้ยังข้อนี้  เพราะบ้างทีที่เราอ่านเฉลยแล้วคิดว่าเรารู้แล้ว แต่พอให้ลองทำใหม่จริงๆ ปรากฏว่ายังทำไม่ได้  ครูเฟิร์สเคยเจอมาเยอะ  เวลาสอนนักเรียน  พอครูเฟิร์สเฉลยคำตอบให้  แล้วถามว่าพวกเราเข้าใจปะ  ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ  ครูเฟิร์สเลยแกล้งลบวิธีทำ  และให้ลองทำใหม่ ปรากฏว่าทำไม่ได้ อิ..อิ…    เลยต้องทวน และให้ทำซ้ำอีกรอบ  แต่ถ้าเราทำได้สักครั้งก็จะทำได้เลย

7. ปิดอุปกรณ์สื่อสาร  LINE  Facebook  ให้หมด 

สาเหตุที่ต้อง ปิดมือถือ  Line  Facebook ขณะเราอ่านหนังสือ   เพื่อไม่ให้เราเสียสมาธิ   บ้างคนบอกว่าอ่านไป เล่น Line ไปก็ได้ ไม่เหงาดี    แต่จริงๆแล้วการเรียนจำเป็นต้องใช้สมาธิอย่าง ม้าก..มาก  เราควรเพ่งสมาธิไปกับสิ่งใด สิ่งหนึ่ง เพื่อจะได้ใช้สมองให้เต็มที่เพื่อจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด  แต่ถ้าอยากคุยกับเพื่อน หรือท่องเที่ยวใน facebook    เราอาจจะให้รางวัลกับตัวเอง เช่น ถ้าฉันอ่านครบ 50 นาที  ฉันจะline  หรือดู facebook  สัก 10 นาที  แล้วจะกลับมาอ่านใหม่อีกครั้งก็ได้  ปกติการเรียนรู้ของคนเราก็อยู่ประมาณ 50 นาทีนี้แหละ  เกินกว่านี้สมองก็จะเริ่มล้าควรจะพักบ้างก็ดี  10 นาทีกำลังดี  แต่อย่าเพลินเป็นชั่วโมงละ  เด๋วจะสอบไม่ติดจะหาว่าไม่บอกไม่ได้นะ…. ตัวเอง

 

ทั้งหมดนี้ครูเฟิร์สมั่นใจว่าถ้าทำตามนี้  เราก็สมหวังกับคณะที่เราอยากได้    มีคำกล่าวที่ว่า  “ ความพยายามมิได้บอกว่าเราจะสำเร็จหรือไม่  แต่การไม่พยายามหมายถึง เราล้มเหลวแน่ๆ”   ถ้าน้องๆ กำลังพยายามอยู่  อย่างน้อยๆ  น้องๆ ก็ยังอยู่บนเส้นทางความสำเร็จ  ขอให้โชคดีทุกคนนะคร้าบ….  มีอะไร ถามครูเฟิร์สได้ใน  เรียนเก่งแบบชิวๆ by ครูเฟิร์ส  นะครับ

ครูเฟิร์ส

คอมเมนต์